1) ระบบการควบคุมสิทธิ
ใช้ระบบ Customer Access Code เพื่อคุมสิทธิการใช้งานแบบรายคนแทนการใช้ MAClock
2) ระบบเงินสดย่อยและเงินทดรอง
บันทึกเงินสดย่อย และทดรองจ่ายได้สะดวกขึ้น ด้วยระบบที่พัฒนาแยกออกมาเฉพาะ ครอบคลุมการทำงาน ตั้งแต่การขอเบิก ตลอดจนลงบัญชีให้อัตโนมัติ
3) Graph Chart และ Dashboard
มีการเพิ่มกราฟที่จำเป็นให้สำหรับบางหน้างาน เช่น การจัดการรหัสข้อมูล รายงาน และแดชบอร์ดที่ช่วยให้มองเห็นข้อมูลเพื่อการบริหารที่สำคัญอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่เข้ามา เช่น ยอดขายรายเดือน (This Month) อายุลูกหนี้ สต็อกที่ใกล้จะหมด (ตั้งค่าตํ่าสุดของสินค้า) การชำระเงิน ฯ
4) การแจ้งเตือน (Notifications)
เพิ่มระบบการแจ้งเตือน เมื่อเข้าใช้งานในโปรแกรม เช่น แจ้งเตือนสินค้าที่ใกล้หมดอายุ สินค้าที่ถึงจุดสั่งซื้อหนี้ค้างรับชำระ และอื่น ๆ
5) ระบบวางแผนการวัตถุดิบการผลิต (MRP)
เป็นการวางแผนการสั่งผลิต และการสั่งซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่ใบสั่งขาย ทำตั้งงบประมาณการผลิต เปิดใบสั่งผลิตสั่งซื้อวัตถุดิบ ขอเบิกสินค้าเพื่อเริ่มการผลิตแปรสภาพสินค้า รับผลผลิต กระจายค่าใช้จ่ายเพิ่มรับของเสียต่าง ๆ ตลอดจนออกรายงานพิเศษเพื่อการผลิตโดยเฉพาะ
6) สร้างเอกสารได้ง่ายขึ้น โดยการ Copy
สามารถ Copy มาจากใบก่อนหน้าโดยเลือกได้ว่าต้องการให้ใบไหนไปกรณีที่ใบนั้นเคยโดน Copy ไปแล้วจะมีการแจ้งเตือนว่าเคย Copy ไปแล้ว และกลับมา Stamp ให้ที่ใบต้นทางด้วย เช่น ใบสั่งขาย สามารถคัดลอกไปสร้าง
§ ใบย้ายสโตร์ : ย้ายของไปจองไว้ก่อนจะแสดงจำนวนสินค้าที่มี และให้เลือกสโตร์ปลายทาง
§ ใบสั่งซื้อ (PO) : เพื่อรองรับธุรกิจซื้อมาขายไป โปรแกรมจะวางรหัสเจ้าหนี้ที่ผูกไว้กับรหัสสินค้าให้ด้วย
§ ใบแจ้งหนี้ขายและใบขายสด สามารถคัดลอกไปสร้างใบปรับปรุง : มีมาตรฐานและพัฒนาเพิ่มเติม ให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
7) การจัดทำงบประมาณ (Budgeting)
คุมงบประมาณได้ตรงไปตรงมา โดยจะมีผลตั้งแต่ใบขอซื้อ (PR) หรือใบสั่งซื้อ (PO) พร้อมรายงานเปรียบเทียบงบประมาณกับงบที่ใช้จริงอย่างละเอียด
8) กระจายค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มสำหรับธุรกิจนำเข้า (Landed Costs)
รองรับธุรกิจนำเข้า/ส่งออก ได้อย่างยืดหยุ่นด้วย Template ที่สามารถตั้งหัวข้อค่าใช้จ่ายเองได้ถึง 10 ประเภท โดยแต่ละประเภทจะระบุเป็นคนละสกุลเงิน และคนละอัตราแลกเปลี่ยน อีกทั้งยังเปิดให้กระจายค่าใช้จ่ายพร้อมกันไปยังใบแจ้งหนี้มากกว่า 1 ใบ สามารถเลือกวิธีการกระจายต้นทุนเป็นตามราคา ปริมาณ หรือแม้กระทั่งนํ้าหนักและปริมาตรของสินค้า และรายงานที่จะแสดงรายละเอียดอย่างครบถ้วน
9) สมุดราคาขาย
สร้างสมุดราคาขายได้หลายสมุด เพื่อสร้างชุดราคาได้หลายชุดอย่างไม่จำกัด โดยระบบมีสร้างสมุดราคาขาย “มาตรฐาน” หากไม่มีการผูกราคาไว้ในรหัสลูกค้า โปรแกรมจะนำราคาในสมุดราคามาตรฐานนี้มาใช้
§ ในการตั้งราคา สามารถสั่งให้โปรแกรมเลือกดึงข้อมูลรหัสสินค้ามาใส่ให้โดยอัตโนมัติตามประเภทการตั้ง PSI
§ สามารถทำ Group Filter Sort และ Save Layout ได้ตามมาตรฐาน
§ ไม่มีระบบการพิมพ์ แต่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปที่ Excel ได้ตามปกติเพื่อทำการพิมพ์
10) แบ่งสินค้าแต่ละตัวอักษรตามลักษณะการใช้งาน
§ P ย่อมาจาก Purchase หมายถึง การจัดซื้อสินค้า
§ S ย่อมาจาก Sale หมายถึง การขายสินค้า
§ I ย่อมาจาก Internal หมายถึง สินค้าภายใน
สามารถระบุได้มากกว่า 1 ประเภทใน 1 รหัสสินค้า ระบบจะนำสินค้ามาใช้ได้ถูกสถานการณ์ เช่น เมื่อเปิดบิลขาย ระบบจะดึงเฉพาะสินค้าที่เป็นการขาย หรือ “S” เป็นต้น
11) ล็อกข้อมูลปีบัญชี (Lock GL fiscal data)
หน้างานพิเศษในระบบ GL ช่วยให้สามารถล็อกหรือปิดข้อมูลปีบัญชีที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยผู้ใช้งานจะกลับไปเพิ่มเติม, แก้ไขหรือลบใบสำคัญใดในปีที่กำหนดนั้นไม่ได้อีก โดยจะต้องเป็นปีก่อนหน้าปีที่กำลังทำงานอยู่ เพื่อป้องกันปัญหาการกระทบยอดผิดพลาดจากเดิมที่ใช้การบังคับใช้ใบสำคัญเป็นเดือน ๆ ไป
12) การล็อก/ปลดล็อก ใช้/ยกเลิก และอนุมัติใบสำคัญ GL
การอนุมัติจะแบ่งออกเป็น สมุด 1 2 3 4 5 และ 6-48, 49-50
13) ค้นหาข้อมูลได้ละเอียดและง่ายขึ้น
โดยสามารถใส่ “คำสำคัญ/รหัส” ได้ทีละหลาย ๆ คำโดยใช้ Comma แบ่งคำที่ต้องการค้นหาได้
14) จัดการรหัสข้อมูล (Master Data)
+ เพิ่มเครื่องมือจัดการข้อมูลในทุกหน้ารายการของรหัสข้อมูล
+ Lock และ Active/Inactive รหัส เพื่อจัดการรหัสไม่ให้ถูกเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือนำไปใช้
+ กำหนดกลุ่มรหัส เพื่อจัดกลุ่มข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการเรียกดูข้อมูลเฉพาะกลุ่ม
15) สามารถนำเข้า-ส่งออกรหัสข้อมูลและใบสำคัญ
โดยผ่านทางรูปแบบ Excel จากใน MAC-5 เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการขึ้นระบบ
16) การตั้งรหัสสินค้า
มีการพัฒนาเพื่อให้สะดวกและรองรับรายละเอียดได้มากขึ้น เช่น การใส่รูปภาพการกำหนดสูตรการผลิตการเปลี่ยนอัตราภาษีทีละหลาย ๆ รายการสินค้าเพิ่มช่อง Net Weight Gross Weight และ Volume Size เป็นต้น
17) ประเภทการคำนวณต้นทุนของแต่ละสินค้า
ช่วยให้ระบบเลือกสินค้าที่ต้องการนำมาคำนวณต้นทุนได้อย่างสะดวกขึ้น
18) การยกยอดระบบสินค้าคงคลัง
+ ในการยกยอดของ Legacy นี้จะไม่ทำการยกยอด/ลบทิ้ง/หรือ เก็บประวัติ รายการใบสำคัญ AR AP IC แต่อย่างใด แต่เพื่อให้การคำนวณรวดเร็วขึ้น จึงได้มีการปรับโครงสร้างงาน
+ เมื่อมีการยกยอดสินค้าไปยังต้นไตรมาสหนึ่ง ๆ แล้ว ผู้ใช้จะไม่สามารถกลับไปแก้ไข หรือ Post หรือ Link ข้อมูลใด ๆ (ไม่ว่าจะเป็น AR AP IC) ก่อนหน้าวันที่ยกยอดได้อีก ซึ่งเป็นการบังคับให้ผู้ใช้ต้องปิดงานให้เสร็จก่อนการยกยอด โดยการยกยอดนี้ จะเป็นการยกเฉพาะปริมาณสินค้า ต้นทุน และรายการ Serial/Lot ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเข้าไปดูยอดยกมาของสินค้าได้ (แต่แก้ไขไม่ได้) ที่หน้างาน การยกยอดสินค้า
19) เพิ่มเมนู “หน่วยนับที่ใช้” ในหน้ารายการรหัสสินค้า
เพื่อช่วยตรวจสอบหน่วยนับทั้งหมดที่มีการใช้งานอยู่และสามารถทำการ “Merge” หรือรวมหน่วยนับที่ซ้ำกันได้ ลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล
20) Auto-Workflow
เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยยกเลิกการใช้ F-Billing ที่ระบุกระบวนการเอกสาร ระบบสามารถทราบว่าเอกสารหนึ่งใบ มาจากใบสำคัญอะไรและสามารถนำไปสร้างใบไหนได้อีกบ้างโดยอัตโนมัติ
21) หน้า Favorite และ History
เมนูที่เข้าใช้งานประจำสามารถระบุให้เป็น “Favorite” ได้ และเมนูประวัติการใช้งานหรือ “History” เพื่อเข้าถึงหน้างานที่เปิดล่าสุดเพื่อทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว
22) การทำใบลดหนี้/ใบเพิ่มหนี้
ในแต่ละใบจะให้เลือกว่าเป็นแบบ BOUND คือมีใบสำคัญที่มา หรืออ้างอิง และ UNBOUND คือไม่มีที่มาเป็นการปรับหนี้โดยตรง สามารถปรับการคำนวณในรายงานต่าง ๆ ให้ถูกต้อง
23) “ตั้งส่วนหัก” “ส่วนเพิ่มท้ายบิล” ได้หลายรายการ
จากเดิมส่วนหัก 4 รายการ ส่วนเพิ่ม 1 รายการ เป็นส่วนหัก 5 รายการ ส่วนเพิ่ม 3 รายการ
24) ในหน้ารายการของระบบซื้อและขาย (MI)
เพิ่มคอลัมน์แสดงผลหน้าบันทึกบัญชีแยกประเภท (บัญชี Debit และ Credit) ที่เกี่ยวข้องกับใบสำคัญด้านซื้อ-ขายทุกใบที่ลิงก์ไปบัญชีได้ (กรณีมีการใส่สูตรบัญชี)
25) การแต่งฟอร์มสะดวกขึ้น
ปรับหน้าการแต่งฟอร์ม โดยให้เหลือเพียง 2 Tab คือ
(1) เลือกฟอร์มและข้อกำหนด (2) ตัวแปรหยอดฟอร์มและแสดงแบบพิมพ์
§ ใน Tab (1) เปลี่ยนคำว่า OK/Error เป็นปุ่มเขียวแดง หากเป็นสีแดง แปลว่า ฟอร์มไม่ถูกต้อง ให้คลิกที่ปุ่มแดงนี้ โปรแกรมจะแสดงข้อมูลว่า เรื่องใดไม่ถูกต้อง
§ โดยให้ Tab (2) นี้ หน้า Preview จะอยู่ในหน้าเดียวกันกับการแต่งฟอร์ม ซึ่งจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีการเพิ่มหรือลดแก้ไขข้อมูล
§ สามารถเลือกฟอร์มที่จะพิมพ์ใบสำคัญทันทีหลังการจัดเก็บ ไม่ต้องไปที่ Default Setup เลือกฟอร์ม สำหรับส่งไประบบ XMA เวลาที่ต้องขออนุมัติ
26) การกำหนดวงเงิน
พัฒนาให้มีความละเอียดและมีขอบเขตมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ ระบบขายและระบบซื้อ โดยมีปุ่มด้านบนให้กดเลือกสลับระหว่าง 2 ระบบ ตั้งค่าแยกกันระหว่างบริษัท
+ ระดับผู้ใช้งาน
+ กำหนดสิทธิผู้ใช้งานได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ 1 ถึง 4 ดังนี้
1 = สูงสุด
2 = Manager
3 = พนักงานขาย/จัดซื้อ
4 = พนักงานพิมพ์/บันทึกข้อมูล
§ ระดับที่ 1 และ 2 จะมีรหัสผ่านพิเศษ เพื่อผ่านวงเงินให้กับพนักงานระดับ 3-4 โดยจะต้องใช้ทั้ง Username และ Password ที่กำหนด ณ ที่นี้ ในหน้าบันทึกใบสำคัญ
§ วงเงินด้านขาย จะแบ่งออกเป็นวงเงินรายใบและเกินวงเงินได้หากเกิน พนักงานขายจะ Save แบบอนุมัติไม่ได้
§ วงเงินรายใบ คือ ยอดเงินในใบสำคัญหนึ่ง ๆ
+ เกินวงเงินได้ คือ ยอดหนี้ที่ยังไม่จ่ายของลูกค้ารายหนึ่ง ๆ หรือ Credit Limit ที่กำหนดไว้ในรหัสลูกค้า
27) พัฒนาในการรันเลขที่เอกสาร
สามารถสร้างตัวอักษรนำหน้าและตัวเลขตามหลังได้หลายรูปแบบต่อ 1 ประเภทใบสำคัญ เป็นการช่วยจัดหมวดหมู่เอกสาร เพื่อสะดวกต่อการเรียกดูและนำไปใช้
28) ปรับจำนวนตัวอักษรของช่องข้อมูลใหม่
+ ปรับความยาวรหัสให้เท่ากับ ความยาวกลุ่มรหัส = 25 ตัวอักษร และความยาวของคำอธิบายต่าง ๆ = 250 ตัวอักษร
+ เพิ่มความกว้างของคอลัมน์, รหัสและกลุ่มให้มากขึ้น ปรับงานในส่วนของการพิมพ์ให้สอดคล้องกัน
29) เพิ่มสถานะของใบสำคัญทั้งของระบบ AR, AP, IC, GL และ CQ ให้เท่ากันที่ 100 รายการ
เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและให้ผู้ใช้งานที่เป็น ADMIN ปรับรายการต่าง ๆ ในหน้า "การแสดงรายการสถานะ/List Status” ได้ทันที ในขณะที่แสดงข้อมูลเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน
30) เพิ่มจำนวนปีบัญชี
จากเดิมที่เก็บได้ 1-5 ปี เป็น 1-10 ปี โดยสามารถเลื่อนปีงานไปได้ และลบข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ออก
31) ขยายขนาดของหน้างาน
ขยายหน้างานให้ใช้งานได้สบายตา โดยไม่ต้องใช้ Scroll Bar
32) การตั้งรหัสผ่านของผู้ใช้งาน
สามารถปรับ Character อะไรก็ได้โดยไม่จำกัด เฉพาะส่วนของ Username ที่ยังคงใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ เช่นเดิม
33) เพิ่มตัวเลือก “สกุลเงินตั้งต้น” ในรหัสลูกค้า/ผู้ขาย
เป็นการผูกสกุลเงินต่างประเทศเข้ากับรหัสลูกค้า/ผู้ขาย เมื่อมีการบันทึกในระบบขาย-ซื้อ โปรแกรมจะเปลี่ยนไปใช้สกุลเงินต่างประเทศที่เลือกโดยอัตโนมัติ
34) สามารถแนบไฟล์ต่าง ๆ
ไม่จำกัดประเภทและจำนวนการแนบไฟล์ในทุกรหัสข้อมูล หรือใบสำคัญ (ขนาดไม่ควรเกิน 1 MB)
35) ยกเลิกการใช้ Function และ Scheme เพื่อลดความซับซ้อนและปริมาณงานที่ต้องจดจำ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบ DI Development Item (DI) แทน
+ DI คือ การระบุเลขเฉพาะสำหรับงานพัฒนาแต่ละเรื่อง ให้มีขอบเขตงานจำกัดที่สุด แต่ให้มีความต่อเนื่องและครอบคลุมข้อกำหนดหนึ่ง ๆ ให้ชัดเจน ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้หลาย ๆ DI แต่ละบริษัทสามารถเลือกใช้ DI ที่ต่างกันได้
+ Scheme คือ การรวบรวม DI หลาย ๆ เรื่องเข้าไว้ด้วยกันเหมือนเป็น Collection เพื่อความง่ายในการจัดการ เช่น Scheme ไม้ เหล็ก ซื้อมาขายไป ฯลฯ