เอกสาร
คำจำกัดความ
เอกสาร หมายถึง รหัสที่ใช้แบ่งแยกประเภทของเอกสาร เช่น การเบิกสินค้าแต่ละครั้ง อาจเบิกไปผลิต เบิกไปเพื่อซ่อมให้กับลูกค้า เบิกเพื่อนำไปเป็นสินค้าตัวอย่างให้กับลูกค้า ในการรับสินค้าก็เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นการรับคืนสินค้าที่ขายไปแล้วแต่เสียหายจึงนำกลับมาซ่อม ดังนั้นรหัสเอกสารจึงเป็นตัวกำหนดประเภทเอกสารที่ต้องการดูโดยเฉพาะ เช่น ถ้าต้องการดูว่ารายการสินค้าที่เบิกไปเพื่อแจกให้กับลูกค้า จำนวน และเป็นเงินต้นทุนเท่าไหร่ สามารถทำได้ หากได้มีการใช้รหัสเอกสารเป็นตัวกำหนดไว้ในใบสำคัญ รหัสประเภทนี้มีใช้อยู่ 3 ระบบคือ ระบบซื้อ ระบบขาย และระบบสินค้าคงคลัง

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบ
- กลุ่ม เป็นการจัดกลุ่มของประเภทเอกสารต่าง ๆ เนื่องจากรหัสเอกสารอาจมีการใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ ดังนั้นกลุ่มเอกสารจะเป็นตัวกำหนดให้ประเภทเอกสารเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกในการเรียกดูเฉพาะกลุ่มเอกสารที่สนใจ เช่น กลุ่ม AP เป็นรหัสเอกสารที่ใช้เกี่ยวกับการซื้อ กลุ่ม AR เป็นรหัสเอกสารที่ใช้เกี่ยวกับการขาย และกลุ่ม IC เป็นรหัสเอกสารที่ใช้เกี่ยวกับระบบจัดการสินค้าและการผลิต เป็นต้น
- ชื่อเอกสาร คือ ชื่อของเอกสารนั้น ๆ ที่ใช้บอกถึงจุดประสงค์ในการใช้เพื่อแยกใบสำคัญออกเป็นกลุ่มย่อยมี 2 ช่อง ให้ใส่ได้ทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผู้ใช้งานสามารถเลือกใส่ได้ทั้งสองภาษา หรือ ภาษาเดียว
- รหัสบัญชี ในกรณีปิดบัญชีแบบ Perpetual จะต้อง Link ใบสำคัญระบบสินค้าคงคลังไปยังระบบบัญชีแยกประเภทด้วย โดยต้องใส่สูตร Link ที่ใบสำคัญระบบสินค้าคงคลัง เป็น “เชื่อมโยง“ ซึ่งต้องใช้รหัสเอกสาร เป็นตัวกำหนดขาบัญชี ให้กับใบสำคัญ เพื่อโปรแกรมจะไปดึงรหัสบัญชีของอีกด้านหนึ่งที่ผู้ใช้งานได้กำหนดสำหรับรหัสสินค้านั้น ในหัวข้อการตั้งรหัสสินค้ามาแสดงให้ ดังนั้นในการกำหนดรหัสเอกสาร ผู้ใช้งานควรกำหนดให้สอดคล้องกับประเภทของใบสำคัญในระบบสินค้าคงคลัง ดังนี้
|
|
|
รหัสบัญชีด้าน เครดิต (Cr)
|
ใบเบิกออก, ใบส่งคืนสินค้า
|
ให้ผู้ใช้งานกำหนดที่รหัสเอกสาร
|
โปรแกรมจะใช้รหัสบัญชีที่ กำหนดไว้ สำหรับรหัสสินค้านั้น (ในหัวข้อการตั้งรหัสสินค้า)
|
ใบรับเข้า, ใบรับคืนสินค้า
|
โปรแกรมจะใช้รหัสบัญชี ที่กำหนดไว้ สำหรับรหัสสินค้านั้น (ในหัวข้อการตั้งรหัสสินค้า)
|
ให้ผู้ใช้งานกำหนดที่รหัสเอกสาร
|
ขั้นตอนการตั้งรหัส
- คลิกที่ปุ่ม “New” เพื่อเพิ่มรหัสเอกสาร

- โปรแกรมจะแสดงหน้าจอให้บันทึกข้อมูลต่าง ๆ เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึก

- รหัสเอกสาร กำหนดรหัสของเอกสาร เช่น Doc-01, Doc-02, Dec-03
- กลุ่มรหัส ระบุกลุ่มรหัสเอกสาร เช่น G-doc1, G-doc2, G-doc3
- ชื่อรหัส “ภาษาไทย” ระบุชื่อรหัสจัดสรร (ภาษาไทย)
- ชื่อรหัส “ภาษาอังกฤษ” ระบุชื่อรหัสจัดสรร (ภาษาอังกฤษ)
- รหัสบัญชี ระบุรหัสบัญชีผูกกับรหัสเอกสาร
- Debit/Credit เลือก Debit/Credit โดยการคลิกที่ Icon
ที่ช่องข้อมูล หรือใช้ลูกศร ซ้าย-ขวาที่แป้นพิมพ์ ในการเลือก - Attached file ใช้สำหรับแนบไฟล์ เพื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเปิดใช้งานผ่าน DI : YE-AF01
การกำหนดหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) สำหรับใช้ Run เลขใบสำคัญ
การกำหนดหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) สำหรับใช้ Run เลขใบสำคัญ เป็นการตั้งค่าการ Run เลขที่ใบสำคัญเพิ่มเติม สำหรับนำไปแสดงเป็นข้อเลือกให้กำหนดในการเรียงเลขใบสำคัญ ในหน้า กำหนดค่าตั้งต้น >> เรียงเลขใบสำคัญ ให้กับใบสำคัญในระบบต่าง ๆ นอกเหนือจากค่า Default ของโปรแกรม หรือแสดงเป็นตัวเลือกหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) ในหน้าบันทึกใบสำคัญต่าง ๆ โดยมีวิธีดังนี้
การสร้างหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre)
- ทำการเลือกแสดงข้อมูลหมวดหมู่ใบสำคัญ ที่อยู่ในแถบกรองข้อมูล

- โปรแกรมจะแสดงเฉพาะข้อมูลหมวดหมู่ใบสำคัญ (รวมทั้งรายการที่ซ่อนและล็อก) ดังรูป

- เลือกรายการที่ต้องการคัดลอกเพื่อสร้าง Genre เพิ่มในหมวดหมู่เดียวกัน

- จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Copy”

- โปรแกรมจะแสดงหน้าจอกำหนดรหัส ให้ระบุข้อมูลต่าง ๆ สำหรับกำหนด Genre เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึก

- รหัส กำหนด Genre ที่ใช้ในการ Run เลขใบสำคัญ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้
- ส่วนที่ 1 ตัวอักษรขึ้นต้นที่จะให้แสดงในช่องเลขใบสำคัญ อาจระบุเป็นตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษของแต่ละใบสำคัญ เช่น QSD ย่อมาจาก Quotation (Sale) Domestic เป็นต้น
ข้อห้ามในการระบุข้อมูลส่วนที่ 1 คือ ห้ามระบุเป็นตัวอักษร YY, YYY, YYYY, MM, MM M, MMMM เนื่องจากโปรแกรมจะมองว่าเป็นข้อมูล ปีและเดือน ส่งผลให้เลขใบสำคัญที่กำหนดใน Genre นั้น ๆ จะแสดงเป็นตัวเลขปีและเดือนแทนที่จะเป็นตัวอักษรตามที่ระบุ
- ส่วนที่ 2 ระบุช่วงเวลาของเอกสาร สามารถกำหนดให้ Run เลขที่ใบสำคัญเป็นรายเดือน หรือรายปีได้
- YY คือ ปี ค.ศ โดยแสดงปีเป็นเลข 2 หลัก
- ปป คือ ปี พ.ศ โดยแสดงปีเป็นเลข 2 หลัก
- MM/ดด คือ เดือน ของปี ค.ศ โดยแสดงเดือนเป็นเลข 2 หลัก
- ดด คือ เดือน ของปี พ.ศ โดยแสดงเดือนเป็นเลข 2 หลัก
- ส่วนที่ 3 ระบุจำนวน Running number สำหรับใช้ในการ Run เลขใบสำคัญ โดยแทนจำนวนหลักตัวเลขเป็น X เช่น ตามรูปในตัวอย่างระบุเป็น XX = กำหนดการ Run เลขใบสำคัญเป็น 2 หลัก
ตัวอย่าง กำหนด Genre เป็น CP-YYMM-XX แล้วนำไปใช้ในใบสำคัญ โปรแกรมจะ Run เลขที่ให้ตามรูปแบบ ตามรูป

การกำหนดรหัสของ Genre ต้องระบุช่วงเวลาของเอกสาร (ข้อมูลส่วนที่ 2) โดยอย่างน้อยต้องระบุปี (YY) ของข้อมูล โปรแกรมจึงจะจัดเก็บข้อมูลให้ หากไม่ได้ระบุช่วงเวลาของเอกสาร หรือระบุช่วงเวลาเป็นเดือน (MM) แต่ไม่ได้ระบุปี (YY) โปรแกรมจะแสดงข้อความแจ้งเตือนและไม่จัดเก็บข้อมูล ให้คลิกปุ่ม "OK" แล้วตรวจสอบแก้ไขข้อมูลใหม่

- กลุ่ม สำหรับกำหนดหมวดหมู่ให้กับใบสำคัญที่เกิดขึ้นแต่ละระบบงาน และประเภทของใบสำคัญ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้เป็นรูปแบบในหน้าบันทึกของระบบอื่น ๆ เช่น ใบเสนอราคาขาย ใบสั่งขาย โปรแกรมจะ Defauft กลุ่มหมวดหมู่เอกสาร (Genre) ให้ครบใบสำคัญทุกใบ และไม่อนุญาตให้แก้ไขข้อมูลกลุ่ม
- ชื่อรหัส (ไทย) ระบุชื่อ Genre สำหรับใช้แสดงในหน้าภาษาไทย
- ชื่อรหัส (Eng) ระบุชื่อ Genre สำหรับใช้แสดงในหน้าภาษาอังกฤษ
- Attached file ใช้สำหรับแนบไฟล์ เพื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเปิดใช้งานผ่าน DI : YE-AF01
กรณีกำหนด Genre ครบตาม Limit แล้ว จะไม่สามารถกำหนด Genre ได้อีก โปรแกรมจะแสดงหน้าจอแจ้งเตือน “LIMIT REACHED” ดังรูป

หากต้องการเพิ่มจำนวน Genre สามารถเปิดใช้งานผ่าน DI โดยมีรายละเอียดดังนี้
- DI : WS-SMLG1 สามารถกำหนด Genre ได้เพิ่ม 10 ใบ ในทุกประเภทใบสำคัญ
- DI : WS-SMLG2 สามารถกำหนด Genre ได้เพิ่ม 20 ใบ ในทุกประเภทใบสำคัญ
- DI : WS-SMLG3 สามารถกำหนด Genre ได้เพิ่ม 30 ใบ ในทุกประเภทใบสำคัญ
- DI : WS-SMLG4 สามารถกำหนด Genre ได้เพิ่ม 40 ใบ ในทุกประเภทใบสำคัญ
- ให้ทำการ โดยเลือกที่รายการแล้วคลิกที่ปุ่ม “Inactive” เพื่อซ่อนหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) ที่สร้างไป ไม่ให้แสดงข้อมูลนี้ในหน้าเอกสารเมื่อเปิดใช้งานในครั้งถัดๆ ไป

- จากนั้นการล็อกหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) โดยเลือกที่รายการแล้วคลิกที่ปุ่ม “Lock” เพื่อห้ามไม่ให้มีการแก้ข้อมูล

หมายเหตุ
- กรณีรายการ Genre ที่ต้องการบันทึก เกินกว่าสิทธิ โปรแกรมจะแสดงหน้าจอแจ้งเตือน จำนวนใบสำคัญเกินกว่าที่กำหนดไว้ใน PLAN ให้คลิกปุ่ม “YES” เพื่อลบรายการที่เกินและทำงานต่อ โดยจะลบ Genre ที่มีตัวอักษรอยู่ท้ายสุดเรียงขึ้นมา หากไม่แน่ใจให้คลิกปุ่ม “NO” เพื่อยกเลิกการทำงาน

เมื่อคลิกปุ่ม “YES” โปรแกรมจะแสดงหน้าจอ ยืนยันการลบอีกครั้ง คลิกปุ่ม “YES” เพื่อลบรายการที่เกิน

การแก้ไขหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre)
- ทำการเลือกแสดงข้อมูลหมวดหมู่ใบสำคัญ ที่อยู่ในแถบกรองข้อมูล

- โปรแกรมจะแสดงเฉพาะข้อมูลหมวดหมู่ใบสำคัญ (รวมทั้งรายการที่ซ่อนและล็อก) ดังรูป

- เลือกรายการที่ต้องการแก้ไข และคลิกที่ปุ่ม “Lock” เพื่อปลดล็อกรายการที่เลือก

- จากนั้นคลิกปุ่ม “Edit”

- แก้ไขข้อมูลตามต้องการ เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึก

เพื่อป้องกันกรณีมีการลบรหัส โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการใช้งาน ฉะนั้นเมื่อเข้าหน้างาน การตั้งรหัสเอกสาร โปรแกรมจะตรวจ 2 เรื่อง ดังนี้
- มีกลุ่มครบ ตามที่กำหนดหรือไม่ - หากไม่ครบ โปรแกรมจะสร้างให้อัตโนมัติ
- มีรหัสเอกสารในแต่ละกลุ่มน้อยกว่า 2 หรือไม่ - หากไม่ถึง 2 จะสร้างให้อัตโนมัติ
ดังนั้น หากผู้ใช้ลบรหัสเอกสารโดยไม่ตั้งใจหรือด้วยเหตุใดก็ตาม ก็จะแก้ไขได้ด้วยการเข้าไปในหน้างานนี้ใหม่ โปรแกรมก็จะจัดการนำคืน Genre มาตรฐานกลับมาให้ทั้งหมด
การกำหนดค่าตั้งต้นหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre Default)
- คลิกที่เมนู “ระบบ” แล้วเลือกเมนู “กำหนดค่าตั้งต้น”

- จะปรากฏหน้าเมนู “กำหนดค่าตั้งต้น” ให้เลือก Tab “เรียงเลขใบสำคัญ”

- คลิกที่ช่อง “เรียงเลขใบสำคัญ” ที่อยู่ด้านหลังแต่ละใบสำคัญ เพื่อให้โปรแกรมจะแสดง Tip บอกข้อมูลแต่ละ Genre ตามรูป

- คลิกที่ช่อง “เรียงเลขใบสำคัญ” อีกครั้ง จะปรากฏ ตัวเลือกหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) ทั้งหมด รวมถึงที่ได้สร้างเพิ่มเติมไว้ จากนั้นให้เลือกหมวดหมู่ใบสำคัญ (Genre) ที่ต้องการ กำหนด ค่า Default เมื่อบันทึกใบสำคัญประเภทนั้น

- เมื่อกำหนดค่า Default เรียบแล้วหมดแล้ว ให้คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึก

- เมื่อเปิดหน้าบันทึกใบสำคัญ โปรแกรมจะวางหมวดหมู่ใบสำคัญตามที่กำหนดค่าตั้งต้น (Default) ไว้ให้อัตโนมัติ ตามรูป

การกรองข้อมูลโดยใช้เมนูที่ส่วนท้ายหน้ารายการรหัส
เป็นการกรองข้อมูลโดยใช้เมนูที่ส่วนท้ายหน้าแสดงรายการรหัส เพื่อเลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ โดยหน้าแสดงรายการรหัสเอกสาร สามารถเลือกกรองข้อมูลได้ 3 อย่าง ดังนี้

- กลุ่ม - เลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ ตาม “กลุ่มเอกสาร”
- หมวดหมู่ - เลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ ตาม “รหัสเอกสาร”
- ตัวเลือกแสดงข้อมูล - เลือกแสดงข้อมูลรหัสเอกสาร หรือ หมวดหมู่เลขใบสำคัญ
ขั้นตอนการกรองข้อมูล
สามารถเลือกแสดงข้อมูลในหน้าแสดงรายการรหัสเอกสาร ได้ 3 วิธี ดังนี้
การกรองข้อมูลโดยคลิกที่ Icon ในช่องข้อมูล
เป็นการกรองข้อมูลสำหรับช่อง “กลุ่ม” โดยใช้ Icon
เพื่อแสดงเฉพาะรายการกลุ่มที่ต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- คลิกที่ Icon
ในช่องข้อมูล เพื่อแสดงหน้าจอรายการกลุ่มรหัส

- เลือกกลุ่มที่ต้องการ และคลิกที่ปุ่ม “OK” เพื่อยืนยัน หรือดับเบิลคลิกเลือกกลุ่มที่ต้องการ

- จะปรากฏรหัสที่เลือกในช่อง “กลุ่ม” ตามที่เลือก จากนั้นกดปุ่ม “Enter” บนแป้นพิมพ์

- โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรายการกลุ่มที่เลือก ตามรูป

การกรองข้อมูลโดยดับเบิลคลิกที่ช่องข้อมูล
เป็นการกรองข้อมูลสำหรับช่อง “กลุ่ม” เท่านั้น โดยใช้วิธีดับเบิลคลิกที่ช่องข้อมูล เพื่อแสดงรายการกลุ่มที่ต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ดับเบิลคลิกที่ช่อง “กลุ่ม” เพื่อแสดงรายการกลุ่ม

- จากนั้นคลิกที่รายการกลุ่มที่ต้องการ

- โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรายการกลุ่มที่เลือก ตามรูป

การกรองข้อมูลโดยพิมพ์คำสำคัญในช่องข้อมูล
เป็นการกรองข้อมูลสำหรับช่อง “กลุ่ม” และ “หมวดหมู่” โดยระบุรหัส หรือคำสำคัญในช่องข้อมูล เพื่อแสดงเฉพาะรายการรหัสที่ต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- คลิกช่องข้อมูลที่ต้องการ และระบุรหัส หรือคำสำคัญที่ช่องข้อมูล

- จากนั้นกดปุ่ม “Enter” บนแป้นพิมพ์ โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรายการรหัสตามที่ระบุในช่องข้อมูล

รายละเอียดของข้อมูลรหัส
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
6-25 (จำกัดตามบริษัททำการ)
|
|
|
|
|
หมายเหตุ
- ช่อง “รหัสบัญชี” สามารถคลิกขวาที่ช่อง หรือกด F1 เพื่อแสดงรายการและเลือกรหัส
- การใส่ชื่อของเอกสาร สามารถเลือกใส่ได้ทั้งสองภาษาหรือภาษาเดียว
- ในหน้าเอกสารนี้ ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ในการลบข้อมูลรหัส ซึ่งแตกต่างจากหน้ารหัสอื่น คือ สามารถลบได้ทุกรหัส ถึงแม้ว่ารหัสนั้นถูกนำไปใช้แล้วในหน้าอื่น ๆ ในโปรแกรม ก็ยังสามารถลบได้ปกติ เพราะฉะนั้นควรใช้ความระมัดระวังในการลบข้อมูลรหัสนี้ หรือควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทำการลบข้อมูล ทั้งนี้เพื่อการป้องกันการลบข้อมูลผิดพลาดจากผู้ใช้งาน โปรแกรมจะแสดงหน้าจอย้ำถามให้ยืนยันการทำงานเสมอ
