ความแตกต่างของรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภงด.2 ภงด.3 และ ภงด.53 ใน MAC-5 Legacy กรณีใช้งานและวิธีเลือกให้ถูกต้อง

FAQ : รายงานภาษี:ความแตกต่างระหว่าง ภงด.2 ภงด.3 และ ภงด.53 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)

FAQ : รายงานภาษี:ความแตกต่างระหว่าง ภงด.2 ภงด.3 และ ภงด.53 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)

📘SUMMARY (สรุปบทความ)

Info
บทความนี้อธิบายความแตกต่างของรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 ประเภท ที่ใช้ในระบบ MAC-5 Legacy ได้แก่
ภงด.2 (บุคคลธรรมดา) ภงด.3 (บุคคลธรรมดา) และ ภงด.53 (นิติบุคคล) พร้อมแสดงว่าแต่ละประเภทใช้กรณีใด
และเมื่อไหร่ที่ควรใช้ประเภทไหน
เหมาะสำหรับ Accountant ทั่วไปที่ต้องการเข้าใจความแตกต่างพื้นฐานและเลือกรายงานให้ถูกต้อง

📝 PREREQUISITES (สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน)

Notes
• คุณทำงานกับ Module บัญชีแยกประเภท (GL) หรือบัญชีเจ้าหนี้ (AP) หรือระบบการซื้อ-ขาย
• คุณเข้าใจความหมายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เช่น "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" "บุคคลธรรมดา" "นิติบุคคล"
• คุณมีสิทธิ์เข้าใช้ฟีเจอร์รายงานใน MAC-5 (ระดับ User ขึ้นไป)

ภาพรวมของรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 ประเภท

ระบบ MAC-5 Legacy ให้บริษัทสามารถพิมพ์รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ 3 ประเภท โดยแต่ละประเภทออกแบบมาให้ใช้กับผู้มีเงินได้ที่แตกต่างกัน

เกณฑ์เปรียบเทียบ

ภงด.2

ภงด.3

ภงด.53

ผู้มีเงินได้

บุคคลธรรมดา

บุคคลธรรมดา

นิติบุคคล

ที่มาข้อมูล

GL เท่านั้น

GL + AP + SI + IC

GL + AP + SI + IC

ใบสำคัญ

GL เท่านั้น

GL + MI (ซื้อ/ขาย)

GL + MI (ซื้อ/ขาย)


ส่วนที่ 1: ภงด.2 (บุคคลธรรมดา - ง่ายที่สุด)

🎯 ใครควรใช้ ภงด.2?

  • บริษัทที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ประมาณค่าบริการ ให้แก่บุคคลธรรมดา (คน)
  • บริษัทที่บันทึกข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายทั้งหมดผ่านระบบบัญชีแยกประเภท (GL) โดยไม่ผ่าน AP
  • บัญชีที่ต้องการรายงานที่มีข้อมูลน้อยและเรียบง่าย

📋 ลักษณะของ ภงด.2

รายงาน ภงด.2 ดึงข้อมูลมาจากใบสำคัญบัญชีแยกประเภท (GL) เท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากระบบซื้อ (AP) ระบบขาย (SI) หรือระบบคลังสินค้า (IC) ได้

บริษัทที่ใช้ ภงด.2 มักจะบันทึกข้อมูลภาษีหักด้วยตนเองโดยตรงในระบบ GL ผ่านใบสำคัญที่เรียกว่า "ใบสำคัญหัก ณ ที่จ่าย"

🔧 วิธีการเรียก ภงด.2

  1. ไปที่เมนู รายงาน > บัญชี > ภงด.2 (บุคคลธรรมดา)
  2. กำหนดช่วงวันที่ที่ต้องการ (เช่น 1 ตุลาคม - 31 ตุลาคม)
  3. เลือกรหัสบัญชีภาษีที่เกี่ยวข้อง (จากที่ตั้งค่าไว้ก่อนหน้านี้)
  4. คลิก "ค้นหา" โปรแกรมจะแสดงรายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  5. คลิก "Prt.Form" เพื่อพิมพ์ใบแนบ ภงด.2

ส่วนที่ 2: ภงด.3 (บุคคลธรรมดา - ยืดหยุ่นมากขึ้น)

🎯 ใครควรใช้ ภงด.3?

  • บริษัทที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ประมาณค่าบริการ ให้แก่บุคคลธรรมดา
  • บริษัทที่บันทึกหักภาษี ณ ที่จ่ายผ่านจากระบบซื้อสด (AP) และต้องการให้ข้อมูลมาจากใบเสร็จ (ซื้อ)
  • บริษัทที่มีการเชื่อมโยง (Link) ข้อมูลจากระบบ MI (Accounts Payable) ไปยัง GL
  • บัญชีที่ต้องการตัวเลือกมากขึ้น เช่นเลือก "วันที่เกณฑ์" เป็น วันที่ใบสำคัญ หรือ วันที่จ่าย

📋 ลักษณะของ ภงด.3

รายงาน ภงด.3 มีความยืดหยุ่นมากกว่า ภงด.2 เพราะสามารถดึงข้อมูลจากหลายแหล่ง ได้แก่

  • ใบสำคัญบัญชีแยกประเภท (GL)
  • ใบสำคัญระบบซื้อ (AP) - โดยมักบันทึกการหักภาษีในส่วน "Payment Item" ของใบเสร็จ (ซื้อสด)
  • ใบสำคัญระบบขาย (SI) และระบบคลังสินค้า (IC) - ในบางกรณี

💡 ตัวเลือกเพิ่มเติมใน ภงด.3

ภงด.3 มีตัวเลือกการกรองข้อมูลมากกว่า ภงด.2 ดังนี้

1. เลือกเกณฑ์วันที่
  • ใช้วันที่ใบสำคัญ GL เป็นหลัก (วันที่ระบบบัญชีแยกประเภทบันทึก)
  • ใช้วันที่จ่าย (วันที่บันทึกในส่วน Payment Item ของใบเสร็จซื้อ)
2. เลือกประเภทใบสำคัญ
  • ใช้ GL เท่านั้น
  • ใช้ MI (Accounts Payable) เท่านั้น
  • ใช้ GL และ MI แต่ไม่รวมข้อมูลที่เชื่อมโยง (Link) → หลีกเลี่ยงการซ้ำซ้อน
3. กรองตัวแปร
  • เลือก รหัสแผนก รหัสงาน หรือ รหัสเอกสาร เพื่อให้รายงานแสดงเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้อง

🔧วิธีการเรียก ภงด.3

  1. ไปที่เมนู รายงาน > บัญชี > ภงด.3 (บุคคลธรรมดา)
  2. กำหนด "จากวันที่-ถึงวันที่"
  3. เลือกเกณฑ์วันที่ (ใบสำคัญ หรือ วันที่จ่าย)
  4. เลือกประเภทใบสำคัญ (GL / MI / GL+MI ไม่รวมการเชื่อมโยง)
  5. เลือกรหัสบัญชีภาษี และตัวแปรอื่นๆ ตามต้องการ
  6. คลิก "ค้นหา"

ส่วนที่ 3: ภงด.53 (นิติบุคคล - มีตัวเลือกพิเศษ)

🎯 ใครควรใช้ ภงด.53?

  1. บริษัทที่จ่ายค่าบริการ ค่าจ้าง ให้แก่บริษัท องค์กร หรือสถาบัน (นิติบุคคล) ไม่ใช่บุคคล
  2. บริษัทที่บันทึกหักภาษี ณ ที่จ่ายผ่านจากระบบซื้อ (AP) แล้วเชื่อมโยงไปยัง GL
  3. บริษัทที่มีตัวแทน (Agent) ในการยื่นภาษี และต้องระบุเลขผู้เสียภาษีของตัวแทน

📋 ลักษณะของ ภงด.53

ภงด.53 ใช้สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้นิติบุคคล โครงสร้างการดึงข้อมูลคล้ายกับ ภงด.3 แต่มีจุดเด่น 2 ประการ

  1. ข้อมูลว่าผู้มีเงินได้คือ นิติบุคคล (บริษัท) ไม่ใช่ บุคคลธรรมดา
  2. มีช่องเพิ่มเติมสำหรับระบุ เลขผู้เสียภาษีของผู้กระทำแทน (Agent) - สำหรับกรณีที่มีตัวแทนยื่นแบบแทน

💡 ตัวเลือกเพิ่มเติมใน ภงด.53 (เหมือนกับ ภงด.3 บวกเพิ่มเติม)

ภงด.53 มีตัวเลือกเหมือนกับ ภงด.3 คือ:

  1. เลือกเกณฑ์วันที่ (ใบสำคัญ หรือ วันที่จ่าย)
  2. เลือกประเภทใบสำคัญ (GL / MI / GL+MI)
  3. กรองตัวแปร (แผนก งาน เอกสาร)

แต่เพิ่มเติมคือ:

  • ✅ ช่อง "เลขผู้เสียภาษีของผู้กระทำแทน" (บังคับในกรณีมีตัวแทน)
  • ✅ ผลลัพธ์จะแสดงข้อมูลนิติบุคคล (ชื่อบริษัท เลขผู้เสียภาษี ที่อยู่)

🔧วิธีการเรียก ภงด.53

  1. ไปที่เมนู รายงาน > บัญชี > ภงด.53 (นิติบุคคล)
  2. กำหนด "จากวันที่-ถึงวันที่"
  3. เลือกเกณฑ์วันที่ และประเภทใบสำคัญ
  4. หากมีตัวแทนยื่น → ระบุเลขผู้เสียภาษีของตัวแทนในช่อง "เลขผู้เสียภาษีของผู้กระทำแทน"
  5. เลือกรหัสบัญชีภาษี และตัวแปรตามต้องการ
  6. คลิก "ค้นหา"

ตารางเปรียบเทียบรายละเอียด

คุณสมบัติ

ภงด.2

ภงด.3

ภงด.53

ดึงจาก GL

✅ ใช่

✅ ใช่

✅ ใช่

ดึงจาก AP/MI

❌ ไม่

✅ ใช่

✅ ใช่

เลือกเกณฑ์วันที่

❌ ไม่

✅ ใช่

✅ ใช่

มีช่อง Agent

❌ ไม่

❌ ไม่

✅ ใช่

ประเภทผู้มีเงินได้

บุคคล

บุคคล

นิติบุคคล

💡RESULT (ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากรายงาน)

Idea
หลังจากเรียกรายงานประเภทใดก็ตาม คุณจะได้รับ:
• รายชื่อผู้มีเงินได้ (บุคคล หรือ นิติบุคคล)
• จำนวนเงินที่จ่าย
• จำนวนภาษีที่หัก
• วันที่จ่าย
• เอกสารอ้างอิง (เล่มที่/เลขที่ ใบสำคัญ เป็นต้น)
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปพิมพ์เป็นใบแนบ ภงด.2 / ภงด.3 / ภงด.53 เพื่อยื่นต่อกรมสรรพากร

⚠️ WARNING (ข้อควรระวัง)

Warning
 ข้อระวัง 1: ห้ามสับสน
❌ ห้ามสับสน ภงด.2 กับ ภงด.3
แม้ว่าทั้งสองใช้สำหรับบุคคลธรรมดา แต่:
• ภงด.2 สำหรับบริษัทที่ใช้ GL เท่านั้น
• ภงด.3 สำหรับบริษัทที่ใช้ AP (ซื้อสด) และเชื่อมโยงกับ GL
หากเลือกผิด ข้อมูลอาจซ้ำซ้อนหรือหายไป
Warning
ข้อระวัง 2: เลือกเกณฑ์วันที่ให้ถูก
❌ ตรวจสอบเกณฑ์วันที่อย่างระมัดระวัง
ในรายงาน ภงด.3 และ ภงด.53 คุณต้องเลือก:
• "ใช้วันที่ใบสำคัญ" = เอกสาร GL หรือ AP ออก
• "ใช้วันที่จ่าย" = วันจริงที่จ่ายเงิน
หากเลือกเกณฑ์ผิด อาจทำให้รายงานแสดงข้อมูลยอด/เดือนที่ผิด
Warning
ข้อระวัง 3: ระวังการซ้ำซ้อน
❌ ตรวจสอบเกณฑ์ GL + MI ใน ภงด.3
หากเลือก "ใช้ GL และ MI รวมการเชื่อมโยง" อาจเกิด:
• ข้อมูลซ้ำซ้อน (ผู้มีเงินได้คนเดียวกันปรากฏ 2 รอบ)
สำหรับหลายบริษัท ต้องเลือก "GL และ MI ไม่รวมการเชื่อมโยง" เพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำซ้อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

• วิธีการบันทึกภาษีหัก ณ ที่จ่ายในระบบ GL → [ลิงก์]  

• วิธีการบันทึกการหักภาษีในส่วน Payment Item ของใบซื้อสด (AP) → [ลิงก์]  

• วิธีการแก้ไขข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อพบข้อผิดพลาด → [ลิงก์]  

• การตรวจสอบความแม่นยำของรายงานภาษีหัก ก่อนยื่นให้กรมสรรพากร → [ลิงก์]

Version Log

Version: NA

Change: บทความใหม่

Ref.: 250422_รายงานภงด_2.docx, 210730_รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภงด3.docx, 210730_รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภงด53..docx

บทความเขียนเมื่อ: 260511