

● ผู้ใช้ควรทราบเส้นทางเมนูของรายงานทั้งสองก่อน ได้แก่
- Stock Card: รายงาน > รายงานสินค้าคงคลัง > รายงานสินค้าและวัตถุดิบ (Stock card)
- สินค้าคงเหลือ: รายงาน > รายงานสินค้าคงคลัง > รายงานสินค้าคงเหลือ
● ควรทราบว่าระบบตั้งค่าวิธีคำนวณต้นทุนไว้แบบใด (FIFO หรือ เฉลี่ย) ก่อนพิมพ์รายงาน
รายงานทั้งสองดึงข้อมูลจากแหล่งเดียวกันบางส่วน แต่มีขอบเขตและวิธีประมวลผลต่างกัน ตารางด้านล่างเปรียบเทียบความแตกต่างหลักในแต่ละมิติ
หัวข้อ | Stock Card | สินค้าคงเหลือ |
จุดประสงค์ | แสดงการเคลื่อนไหวรายการ (รับเข้า/เบิกออก) | แสดงยอดคงเหลือ ณ วันที่กำหนด |
ข้อมูลที่แสดง | ทุกรายการตามลำดับเวลา พร้อมต้นทุนแต่ละรายการ | ยอดรวม ณ สิ้นงวด แบ่งตามสโตร์/สินค้า |
วิธีคำนวณ | FIFO หรือ เฉลี่ย (เลือกได้) | ใช้วิธีที่ตั้งค่าไว้ในระบบ |
ยอดยกมา | แสดงได้ถ้าเลือก 'มีข้อมูลและยอดยกมา' | รวมอยู่ในยอดคงเหลือโดยอัตโนมัติ |
ที่มาข้อมูล | ใบส่งของ, ใบเพิ่ม/ลดหนี้, ใบขายสด/ซื้อสด, ใบสำคัญ IC | ใบสั่งซื้อ/ขาย, ใบส่งของ, ใบเพิ่ม/ลดหนี้, ใบสำคัญ IC |
ช่วงเวลา | จาก-ถึง วันที่ (ไม่เกิน 1 ปี) | ระบุวันที่ หรือ 'ยอดคงเหลือหลังสุด' |
Stock Card อนุญาตให้ผู้ใช้เลือกวิธีคำนวณแต่ละครั้งที่พิมพ์รายงาน ในขณะที่รายงานสินค้าคงเหลือใช้วิธีที่ตั้งค่าไว้ในระบบโดยอัตโนมัติ
หากพิมพ์ Stock Card ด้วย FIFO แต่ระบบตั้งค่าไว้เป็น เฉลี่ย ตัวเลขต้นทุนจะไม่ตรงกันแน่นอน
ยอดยกมาคือยอดสินค้าที่มีอยู่ก่อนช่วงเวลาที่เลือกพิมพ์รายงาน ซึ่งทั้งสองรายงานจัดการยอดนี้ต่างกัน
รายงานสินค้าคงเหลือรวมข้อมูลจากใบสั่งซื้อ/ใบสั่งขายที่ยังค้างอยู่ (ปริมาณค้างรับ/ค้างส่ง) ด้วย หากเปิดตัวเลือกนี้ไว้ ในขณะที่ Stock Card แสดงเฉพาะรายการที่มีการตัดสต็อกจริงเท่านั้น

เมื่อทำความเข้าใจความแตกต่างแล้ว ผู้ใช้จะสามารถ
● ระบุสาเหตุที่ยอดไม่ตรงกันได้อย่างถูกต้อง
● เลือกตัวเลือกรายงานที่ตรงกับวัตถุประสงค์การตรวจสอบ
● มั่นใจได้ว่าข้อมูลสต็อกในระบบถูกต้อง ไม่ใช่ปัญหาจากตัวโปรแกรม

Version: NA
Change: NA
Ref.: 250317_รายงานสินค้าและวัตถุดิบ (Stock card).docx, 250918_รายงานสินค้าคงเหลือ.docx
บทความเขียนเมื่อ: 260513