ทะเบียนสินทรัพย์ MAC-5 Legacy คืออะไร วิธีตั้งค่าและบันทึกสินทรัพย์ FAQ

220527 ทะเบียนสินทรัพย์


 คู่มือการใช้งานโปรแกรม MAC-5 Legacy

ทะเบียนสินทรัพย์

คำจำกัดความ

ทะเบียนสินทรัพย์ เป็นการจัดเก็บข้อมูลของสินทรัพย์ที่ต้องใช้ในการคำนวณค่าเสื่อมราคา เช่น วันที่ซื้อ ราคาที่ซื้อ อายุการใช้งาน ราคาซาก ฯลฯ มีรหัสตัวแปรเพื่อบันทึกเฉพาะส่วนคือ รหัสแผนก รหัสงาน  และรหัสสโตร์ /สถานที่ ซึ่งมีการบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ของบริษัทผู้ขายสินทรัพย์ บริษัทรับประกัน และบริษัทรับซื้อสินทรัพย์ ดังนั้นทะเบียนสินทรัพย์จึงหมายถึง การเก็บประวัติการซื้อ การขาย การคิดค่าเสื่อมราคา การเก็บรูปภาพของสินทรัพย์ และรายละเอียดต่าง ๆ ของสินทรัพย์นั้นอย่างละเอียด

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบ

  1. กลุ่มสินทรัพย์ (Group) การบันทึกสินทรัพย์จะเริ่มจากการกำหนดกลุ่มสินทรัพย์ เนื่องจากสินทรัพย์อาจมีทั้งสินทรัพย์ส่วนของสำนักงาน เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ส่วนของโรงงาน เช่น เครื่องจักร รถยกต่างๆ ยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถกระบะ เป็นต้น ดังนั้นควรกำหนดกลุ่มของสินทรัพย์ให้ตรงกับความต้องการในการประมวลผล และเพื่อประหยัดเวลาในการเรียกรายงาน

ในการกำหนดกลุ่ม ผู้ใช้งานอาจใช้ตัวเลขตัวแรกกำหนดเป็นกลุ่มใหญ่ก่อน และจัดเรียงตัวเลขเพื่อกำหนดประเภทของสินทรัพย์ในกลุ่มนั้น ตามตัวอย่างข้างต้น

  1. สูตรบัญชีค่าเสื่อมราคา (Formula) กำหนดสูตรบัญชีที่จะใช้ในการส่งผ่านบัญชีค่าเสื่อมราคาและค่าเสื่อมราคาสะสมไปยังระบบบัญชีแยกประเภท (GL)

การกำหนดสูตรบัญชีมีความจำเป็น เพราะในการบันทึกบัญชีอาจแยกรหัสบัญชีค่าเสื่อมราคาตามประเภทของสินทรัพย์ ดังนั้นจึงต้องกำหนดสูตรบัญชีให้ครบทุกรหัสบัญชีค่าเสื่อมราคาที่มี เพื่อไปใช้ผูกกับรหัสสินทรัพย์ในการส่งผ่านข้อมูลไปยังระบบบัญชีแยกประเภท โดยสามารถกำหนดสูตรบัญชีได้ไม่จำกัดจำนวน




ขั้นตอนการตั้งรหัส

  1. การกำหนดกลุ่มสินทรัพย์
  1. คลิกที่ปุ่ม “Setup”

  1. เลือกหัวข้อ “กลุ่มสินทรัพย์”

  1. จะปรากฏหน้าจอ ตามรูป

  1. ดับเบิลคลิก ที่ช่องข้อมูลแต่ละช่อง และใส่ข้อมูลโดยตรง เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึก




  1. การกำหนดสูตรบัญชี
  1. คลิกที่ปุ่ม “Setup”

  1. เลือกหัวข้อ “สูตรบัญชีค่าเสื่อมราคา”

  1. จะปรากฏหน้าจอตามรูป

  1. ดับเบิลคลิก ที่ช่องข้อมูลแต่ละช่อง และใส่ข้อมูลโดยตรง เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึก

  1. การตั้งรหัสสินทรัพย์ 
  1. คลิกที่ปุ่ม “New” เพื่อเพิ่มรหัสสินทรัพย์




  1. โปรแกรมจะแสดงหน้าจอให้บันทึกข้อมูลแยกเป็น 3 Tab ดังนี้
  1. Tab “Asset information”

  1. รหัสสินทรัพย์ หมายถึง รหัสประจำตัวของสินทรัพย์ อาจกำหนดให้สอดคล้องกับปี เดือน หรือประเภทของสินทรัพย์ เป็นต้น และควรติดรหัสสินทรัพย์ไว้ที่ตัวสินทรัพย์ เพื่อง่ายต่อการค้นหา
  1. กลุ่มสินทรัพย์ คือ การกำหนดสินทรัพย์ให้อยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ที่ต้องการ โดยการคลิกที่ Icon  ที่ช่องข้อมูล หรือคลิกขวาเพื่อแสดงรายการ
  2. ชื่อสินทรัพย์ (ไทย) ระบุชื่อสินทรัพย์ (ภาษาไทย)
  3. ชื่อสินทรัพย์ (ENG) ระบุชื่อสินทรัพย์ (ภาษาอังกฤษ)
  4. สูตรบัญชี คือ สูตรบัญชีที่ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลไปยังระบบบัญชีแยกประเภท สำหรับรหัสสินทรัพย์นี้ สามารถ List ดูได้ตามที่ได้กำหนดสูตรบัญชีไว้แล้วใน “Setup” การใส่สูตรบัญชีมีความสำคัญเพราะ โปรแกรมจะดึงรหัสบัญชีในสูตรนั้นคือ เดบิต ค่าเสื่อมราคา เครดิตค่าเสื่อมราคาสะสม POST ไประบบบัญชีแยกประเภท เมื่อสั่งให้โปรแกรมคำนวณค่าเสื่อมราคา
  5. รหัสบัญชีสินทรัพย์ หมายถึง รหัสของประเภทสินทรัพย์นั้นที่ได้กำหนดไว้แล้ว ที่หัวข้อของการตั้งรหัสบัญชี (กลุ่ม 1) เช่น เครื่องใช้สำนักงาน ยานพาหนะ เป็นต้น
  6. รหัสแผนก เป็นการกำหนดความเกี่ยวข้องของสินทรัพย์นั้นกับแผนก กรณีสินทรัพย์ที่ซื้อมาอาจนำมาใช้เฉพาะแผนก รหัสตัวแปรนี้ สามารถ List รหัสดูได้และจะบันทึกหรือไม่ก็ได้
  7. รหัสงาน เป็นการกำหนดความเกี่ยวข้องของสินทรัพย์นั้นกับงาน กรณีสินทรัพย์ที่ซื้อมาอาจนำมาใช้ เฉพาะงาน รหัสตัวแปรนี้ สามารถ List รหัสดูได้และจะบันทึกหรือไม่ก็ได้
  8. รหัสสโตร์/สถานที่ เป็นการกำหนดความเกี่ยวข้องของสินทรัพย์นั้นกับสโตร์ เพื่อให้ทราบว่าสินทรัพย์ที่ซื้อมาถูกเก็บไว้ที่สโตร์ไหน รหัสตัวแปรนี้ สามารถ List รหัสดูได้และจะบันทึกหรือไม่ก็ได้
  9. พนักงาน ระบุพนักงานที่เกี่ยวข้องกับรหัสสินทรัพย์รายการนี้
  10. เอกสาร ระบุเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรหัสสินทรัพย์รายการนี้
  11. ส่วนขยาย ระบุส่วนขยายเพิ่มเติม (หากมี)
  12. อ้างอิงสินทรัพย์อื่น หมายถึง การบันทึกสินทรัพย์รายการนี้เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์อื่นๆ หรือไม่อย่างไร เป็นการใส่คำอธิบายเพิ่มเติมให้เข้าใจมากขึ้น
  13. หมายเลขใบสำคัญ คือ หมายเลขใบสำคัญที่บันทึกซื้อสินทรัพย์ในครั้งแรก เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการบันทึกซื้อสินทรัพย์แน่นอน และสามารถอ้างถึงหมายเลขใบสำคัญได้ถูกต้อง ข้อมูลนี้จะไม่ Link กับเอกสารใดๆ ดังนั้นผู้บันทึกจึงต้องใส่ข้อมูลเอง
  14. วันที่ใบสำคัญ คือ วันที่ของใบสำคัญที่บันทึกซื้อสินทรัพย์ในครั้งแรก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการบันทึกซื้อสินทรัพย์แน่นอน และสามารถอ้างถึงวันที่ได้ถูกต้อง ข้อมูลนี้จะไม่ Link กับเอกสารใด ๆ ดังนั้นผู้บันทึกจึงต้องใส่ข้อมูลเอง
  15. ราคาซื้อ หมายถึง ราคาซื้อสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งอาจเท่ากับราคาสินทรัพย์ + ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
  16. วันที่ซื้อ หมายถึง วันที่ซื้อสินทรัพย์นั้น
  17. มูลค่าที่คิดค่าเสื่อม คือ มูลค่าที่นำมาใช้ในการคำนวณค่าเสื่อมราคา ตามตามอายุคงเหลือ
  18. วันที่เริ่มคิดค่าเสื่อม หมายถึง วันที่ที่เริ่มคิดค่าเสื่อมจริงๆ เพราะในทางปฏิบัติแล้ว เมื่อท่านซื้อสินทรัพย์มา อาจจะยังไม่ได้ใช้ในวันนั้น ดังนั้นวันที่ที่เริ่มคิดค่าเสื่อมจะเป็นวันเดียวกับวันที่ซื้อหรือไม่ก็ได้
  19. มูลค่าต้นทุนที่ยกมา หมายถึง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของปีการบัญชีก่อน เนื่องจากการบันทึกสินทรัพย์ต้องมีการตัดค่าเสื่อมราคาทุกปี ทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิลดลง ดังนั้นถ้าเริ่มใช้โปรแกรมใหม่ ให้นำมูลค่าสินทรัพย์ (หักค่าเสื่อมราคาสะสมแล้ว) ณ สิ้นปีการบัญชีเดิม มาบันทึกที่ช่องมูลค่าต้นทุนยกมา
  20. วันที่มูลค่าที่ยกมา หมายถึง วันที่สุดท้ายของปีการบัญชีก่อนซึ่งจะสัมพันธ์กับมูลค่าต้นทุนยกมา เพราะโปรแกรมจะนำมูลค่าต้นทุนยกมามาคำนวณหาค่าเสื่อมราคา โดยเริ่มคิดหลังจากวันที่มูลค่ายกมา โดยปกติโปรแกรมจะนำวันที่ที่เริ่มคิดค่าเสื่อมราคามาแสดงที่ช่องวันที่มูลค่ายกมา ในกรณีที่ให้โปรแกรมคำนวณค่าเสื่อมราคาตั้งแต่แรกโดยไม่มีการยกยอดมูลค่าสินทรัพย์สุทธิมา ซึ่งผู้บันทึกทะเบียนสินทรัพย์สามารถแก้ไขได้ วันที่มูลค่ายกมาจะเท่ากับวันที่ที่เริ่มคิดค่าเสื่อมราคา 
  21. ราคาซาก หมายถึง ราคาคงเหลือของสินทรัพย์เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว โปรแกรม Default ไว้ที่ 1.00 บาท สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ 

กรณีที่เป็นรถยนต์ ที่มีราคาแพง ราคาซากจะไม่ใช่ 1 บาท เพราะถือว่ายังสามารถนำไปขายได้ราคาที่สูงได้

  1. วิธีคำนวณค่าเสื่อม ให้เลือกวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาให้เหมาะสมกับประเภทของสินทรัพย์ โดยการคลิกที่ Icon  ที่ช่องข้อมูล หรือใช้ลูกศร ซ้าย-ขวาที่แป้นพิมพ์ 

โปรแกรม Default เป็นวิธีการคำนวณแบบเส้นตรง (รายวัน) 

วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ของโปรแกรม แบ่งเป็น 7 วิธี คือ

  1. เส้นตรง
  2. ยอดลดลงทวีคูณ
  3. สัญญาเช่า (รายวัน)
  4. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
  5. ประเภทโรงงาน (SME)
  6. ประเภทเครื่องจักร (SML)
  7. เส้นตรง รายเดือน
  1. อายุสินทรัพย์ (ปี) คือ อายุการใช้งานของสินทรัพย์ โปรแกรม Default ไว้ที่ 5 ปี สามารถแก้ไขได้ โดยโปรแกรมจะคำนวณอัตราเปอร์เซ็นต์ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อใส่อายุการใช้งานของสินทรัพย์
  2. Attached file ใช้สำหรับแนบไฟล์ เพื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเปิดใช้งานผ่าน DI : YE-AF01
  3. Auto-Generate Asset ใช้สำหรับให้โปรแกรมสร้างรหัสทะเบียนสินทรัพย์หลายรายการโดยอัตโนมัติ สามารถเปิดใช้งานผ่าน DI : M-FC-AG1

การเพิ่มรูปสินทรัพย์ สามารถทำได้ดังนี้

  • ให้คลิกที่ปุ่ม “Edit”

  • จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “New Image”




  • โปรแกรมจะแสดงการเพิ่มรูปภาพ ให้คลิกที่ปุ่ม “New” เพื่อเพิ่มรูปภาพสินค้า เมื่อเพิ่มรูปภาพเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “OK” เพื่อบันทึกรูปภาพสินค้า

  1. Tab “Detail

ส่วนที่ 1 : ลักษณะของสินทรัพย์

  1. ตราอักษร - รุ่น เช่น แล็ปทอป รุ่น SM 520 Gamer
  1. เลขประจำเครื่อง หมายถึง เลขที่ประจำเครื่องซึ่งผู้ผลิตจะเป็นผู้ติดหมายเลขนั้นมากับเครื่อง (Serial Number) ซึ่ง แต่ละเครื่องหมายเลขจะไม่ซ้ำกัน




ส่วนที่ 2 : ข้อมูลของบริษัทผู้ขาย

  1. บริษัทผู้ขาย คือ ชื่อบริษัทที่ซื้อสินทรัพย์มา เพื่อใช้ในการติดต่อครั้งต่อไป
  2. เลขที่เอกสารขาย หมายเลขของเอกสารที่ได้รับเมื่อซื้อสินทรัพย์นั้น เช่น ใบส่งของ, ใบกำกับภาษี
  3. วันที่เอกสารขาย วันที่ของเอกสารที่ได้รับเมื่อซื้อสินทรัพย์นั้น เช่น ใบส่งของ, ใบกำกับภาษี
  4. Tel/Fax หมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร ที่ใช้ติดต่อกับบริษัทผู้ขายกรณีเกิดปัญหาต่างๆ

ส่วนที่ 3 : ข้อมูลของบริษัทประกันภัย

  1. บริษัทประกันภัย คือ บริษัทผู้รับประกันภัย ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ใช้ประกันภัย คือ อาคารต่างๆ และยานพาหนะ เป็นต้น
  2. หมายเลขกรมธรรม์ หมายเลขกรมธรรม์ประกันภัยที่ใช้ติดต่อกรณีเกิดปัญหาขึ้น
  3. ยอดเงินประกัน จำนวนเงินที่จะได้รับหากสินทรัพย์เกิดความเสียหาย และถูกต้องตรงกับข้อสัญญาในกรมธรรม์ประกันภัย
  4. ยอดเบี้ยประกัน จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเป็นเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งอาจจะเป็นรายเดือน หรือรายปี แล้วแต่ข้อตกลงในสัญญา
  5. ประกันจนถึง วันที่สุดท้ายที่จะได้รับการประกันภัยจากบริษัทประกันภัย
  6. Tel/Fax หมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร ที่จะใช้ติดต่อกับบริษัทผู้ประกันภัยกรณีเกิดปัญหาต่างๆ

ส่วนที่ 4 : ข้อมูลของบริษัทผู้รับประกัน

  1. บริษัทรับประกัน ชื่อของบริษัทผู้รับประกันทรัพย์สิน เนื่องจากในการซื้อสินทรัพย์ ทางบริษัทผู้ขายอาจจะให้อีกบริษัทหนึ่งเป็นผู้รับประกัน และซ่อมแซมสินทรัพย์นั้น
  2. หมายเลขรับประกัน  เมื่อซื้อสินทรัพย์ ทางบริษัทผู้ขายจะให้กรอกเอกสารการรับประกันสินทรัพย์นั้น ซึ่งในเอกสารจะระบุหมายเลขของการรับประกันสินทรัพย์ไว้ เพื่อให้ใช้ติดต่อเมื่อต้องการใช้บริการของการประกันสินทรัพย์
  3. รับประกันจนถึง วันที่สุดท้ายที่จะได้รับการประกันภัยจากบริษัทประกันภัย
  4. Tel/Fax หมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร ที่จะใช้ติดต่อกับบริษัทผู้รับประกันภัยกรณีเกิดปัญหาต่างๆ

ส่วนที่ 5 : ASSET SOLD คือ การบันทึก การขายสินทรัพย์

  1. ผู้รับซื้อสินทรัพย์  ชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ได้ขายสินทรัพย์ให้
  2. วันที่ขายสินทรัพย์ วันที่ตกลงขายสินทรัพย์
  3. ราคาขาย ราคาที่ตกลงขายสินทรัพย์
  4. เลขที่เอกสารขาย หมายเลขของเอกสารเมื่อขายสินทรัพย์นั้น เช่น ใบแจ้งหนี้, ใบกำกับภาษี
  5. วันที่เอกสารขาย วันที่ของเอกสารขายสินทรัพย์นั้น เช่น ใบแจ้งหนี้, ใบกำกับภาษี
  6. Actual value เมื่อคลิก โปรแกรมจะแสดงกำไรหรือขาดทุนจากการขายสินทรัพย์นี้ได้

  1. Asset sold / Show image คลิกเพื่อสลับให้แสดง รูปสินทรัพย์/Asset sold

  1. Tab “Note”

  1. หมายเหตุ ใส่ข้อมูลหมายเหตุ (ถ้ามี)
  2. MEMO ใส่ข้อมูลบันทึกช่วยจำ

การกรองข้อมูลโดยใช้เมนูที่ส่วนท้ายหน้ารายการรหัส

เป็นการกรองข้อมูลโดยใช้เมนูที่ส่วนท้ายหน้าแสดงรายการรหัส เพื่อเลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ โดยหน้าแสดงรายการทะเบียนสินทรัพย์ สามารถเลือกกรองข้อมูลได้ 3 อย่าง ดังนี้

  1. กลุ่ม - เลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ ตาม “กลุ่มสินทรัพย์”
  2. หมวดหมู่สินทรัพย์ - เลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ ตาม “รหัสสินทรัพย์”
  3. หมวดหมู่รหัสบัญชี - เลือกแสดงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ ตาม “รหัสบัญชี”

ขั้นตอนการกรองข้อมูล

สามารถเลือกแสดงข้อมูลในหน้าแสดงรายการทะเบียนสินทรัพย์ ได้ 4 วิธี ดังนี้

  1. การกรองข้อมูลโดยคลิกที่ Icon ในช่องข้อมูล 

เป็นการกรองข้อมูลสำหรับช่อง “กลุ่ม” โดยใช้ Icon  เพื่อแสดงเฉพาะรายการกลุ่มที่ต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. คลิกที่ Icon  ในช่องข้อมูล เพื่อแสดงหน้าจอรายการกลุ่มรหัส

  1. เลือกกลุ่มที่ต้องการ และคลิกที่ปุ่ม “OK” เพื่อยืนยัน หรือดับเบิลคลิกเลือกกลุ่มที่ต้องการ

  1. จะปรากฏกลุ่มรหัสที่เลือกในช่อง “กลุ่ม” ตามที่เลือก จากนั้นกดปุ่ม “Enter” บนแป้นพิมพ์

  1. โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรายการกลุ่มรหัสที่เลือก ตามรูป

  1. การกรองข้อมูลโดยดับเบิลคลิกที่ช่องข้อมูล

เป็นการกรองข้อมูลสำหรับช่อง “กลุ่ม” เท่านั้น โดยใช้วิธีดับเบิลคลิกที่ช่องข้อมูล เพื่อแสดงรายการกลุ่มรหัสที่ต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ดับเบิลคลิกที่ช่อง “กลุ่ม” เพื่อแสดงรายการกลุ่มรหัส

  1. จากนั้นคลิกที่รายการกลุ่มรหัสที่ต้องการ

  1. โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรายการกลุ่มรหัสที่เลือก ตามรูป




  1. การกรองข้อมูลโดยพิมพ์คำสำคัญในช่องข้อมูล 

เป็นการกรองข้อมูลสำหรับช่อง “กลุ่ม / หมวดหมู่สินทรัพย์ / หมวดหมู่รหัสบัญชี” โดยระบุรหัส หรือคำสำคัญในช่องข้อมูล เพื่อแสดงเฉพาะรายการรหัสที่ต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. คลิกช่องข้อมูลที่ต้องการ และระบุรหัส หรือคำสำคัญที่ช่องข้อมูล

  1. จากนั้นกดปุ่ม “Enter” บนแป้นพิมพ์ โปรแกรมจะแสดงเฉพาะรายการรหัสตามที่ระบุในช่องข้อมูล

  1. การกรองข้อมูลโดยใช้ปุ่ม “Option”

เป็นการกรองข้อมูลโดยใช้ปุ่ม “Option” เพื่อเลือกกรองข้อมูลที่ต้องการ โดยระบุรหัส หรือคำสำคัญในช่องข้อมูล เพื่อแสดงเฉพาะรายการรหัสที่ต้องการ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. คลิกที่ปุ่ม “Option”

  1. คลิกช่องที่ต้องการเลือกกรองข้อมูล, พิมพ์คำสำคัญ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “OK” เพื่อยืนยัน




  1. โปรแกรมจะแสดงเฉพาะข้อมูลสินทรัพย์ที่ตรงกับที่เลือก

รายละเอียดของข้อมูลรหัส

กลุ่มสินทรัพย์

ข้อมูล

ประเภท

ความยาว/Limit

กลุ่ม

ตัวอักษร/ตัวเลข

25

ชื่อกลุ่ม (ไทย)

ตัวอักษร/ตัวเลข

250

ชื่อกลุ่ม (ENG)

ตัวอักษร/ตัวเลข

250


สูตรบัญชีค่าเสื่อมราคา

ข้อมูล

ประเภท

ความยาว/Limit

สูตรบัญชี

ตัวเลข/ตัวอักษร

10

ชื่อสูตรบัญชี

ตัวเลข/ตัวอักษร

120

รหัสบัญชีค่าเสื่อมราคา Debit

ตัวเลือก

6-25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

ชื่อบัญชี

ตัวเลือก

120 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

รหัสบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม Credit

ตัวเลือก

6-25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

ชื่อบัญชี

ตัวเลือก

120 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)


สินทรัพย์ Tab “Asset information”

ข้อมูล

ประเภท

ความยาว/Limit

รหัสสินทรัพย์

ตัวอักษร/ตัวเลข

50

กลุ่มสินทรัพย์

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

ชื่อสินทรัพย์ (ไทย)

ตัวอักษร/ตัวเลข

250

ชื่อสินทรัพย์ (ENG)

ตัวอักษร/ตัวเลข

250

สูตรบัญชี

ตัวเลือก

10 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

รหัสบัญชีสินทรัพย์

ตัวเลือก

6-25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

รหัสแผนก

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

รหัสงาน

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

รหัสสโตร์/สถานที่

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

พนักงาน

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

เอกสาร

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

ส่วนขยาย

ตัวเลือก

25 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

อ้างอิงสินทรัพย์อื่น

ตัวอักษร/ตัวเลข

250

หมายเลขใบสำคัญ

ตัวอักษร/ตัวเลข

25

วันที่ใบสำคัญ

วันที่

-

ราคาซื้อ

ตัวเลข

15

วันที่ซื้อ

วันที่

-

มูลค่าที่คิดค่าเสื่อม

ตัวเลข

15

วันที่เริ่มคิดค่าเสื่อม

วันที่

-

มูลค่าต้นทุนที่ยกมา

ตัวเลข

15

วันที่มูลค่าที่ยกมา

วันที่

-

ราคาซาก

ตัวเลข

15

อายุสินทรัพย์ (ปี)

ตัวเลข

1-50

สินทรัพย์ Tab “Detail”

ข้อมูล

ประเภท

ความยาว/Limit

ตราอักษร – รุ่น

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

เลขที่ประจำเครื่อง

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

บริษัทผู้ขาย

ตัวเลือก

250 (ขึ้นอยู่กับตัวเลือก)

เลขที่เอกสารขาย

ตัวเลข/ตัวอักษร

25

วันที่เอกสารขาย

วันที่

-

TEL/ FAX

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

บริษัทประกันภัย

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

หมายเลขกรมธรรม์

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

ยอดเงินประกัน

ตัวเลข

15

ยอดเบี้ยประกัน

ตัวเลข

15

ประกันจนถึง

วันที่

-

Tel/Fax

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

บริษัทรับประกัน

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

หมายเลขรับประกัน  

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

รับประกันจนถึง

วันที่

-

Tel/Fax

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

ผู้รับซื้อสินทรัพย์  

ตัวเลข/ตัวอักษร

250

วันที่ขายสินทรัพย์

วันที่

-

ราคาขาย

ตัวเลข

15

เลขที่เอกสารขาย

ตัวเลข

25

วันที่เอกสารขาย

วันที่

-

สินทรัพย์ Tab “Note”

ข้อมูล

ประเภท

ความยาว/Limit

หมายเหตุ

ตัวอักษร/ตัวเลข

3200

MEMO

ตัวอักษร/ตัวเลข

3200

หมายเหตุ

  • รหัสสินทรัพย์ห้ามซ้ำกัน กรณีใส่รหัสซ้ำตรงช่องรหัสสินทรัพย์จะเป็นสีแดง และเมื่อคลิก “OK” โปรแกรมจะแสดงข้อความเตือน และไม่จัดเก็บลงฐานข้อมูล
  • ช่องที่มีสีแดง หมายถึง ต้องมีการบันทึกข้อมูลในช่องนั้น (ข้อมูลบังคับ) ถ้าไม่ได้บันทึกโปรแกรม จะแสดงข้อความเตือนว่า “รูปแบบข้อมูลที่ใส่ไม่ถูกต้อง”
  • กลุ่มและสูตรบัญชีห้ามซ้ำกัน กรณีใส่กลุ่มและสูตรบัญชีซ้ำ โปรแกรมจะแสดงข้อความเตือน และไม่จัดเก็บลงฐานข้อมูล

  • การกำหนดสินทรัพย์ที่ซื้อจากปีที่แล้ว วิธีอุปกรณ์, คอมพิวเตอร์ (ตามหลักกรมสรรพากรกำหนดให้หัก 40% จากมูลค่าสินทรัพย์ก่อนนำไปคำนวณค่าเสื่อม) ท่านไม่ต้องคำนวณหัก 40% แต่อย่างใด โดยให้นำมูลค่าสินทรัพย์ที่ท่านซื้อมาระบุในช่องมูลค่าซื้อ, มูลค่าที่คิดค่าเสื่อม, มูลค่าต้นทุนยกมาด้วยมูลค่าเดียวกันกับวันที่ซื้อ และวันที่เดียวกันกับวันที่ซื้อ