ความแตกต่างระหว่าง "ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด" กับ "ตัดหนี้ตามช่วงเวลา" ในรายงานลูกหนี้ MAC-5


ระบบจะนำยอดชำระเงิน ทั้งหมดที่มีอยู่จนถึงปัจจุบัน มาคำนวณยอดหนี้คงเหลือ โดยไม่สนใจว่าการชำระนั้นเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันที่รายงานที่กำหนด
ผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงสถานะหนี้ตามความเป็นจริง ณ ขณะที่เรียกรายงาน
ระบบจะนำเฉพาะยอดชำระที่เกิดขึ้น ก่อนหรือภายในวันที่ "ถึงวันที่" ที่ระบุ มาคำนวณยอดคงเหลือ การชำระที่เกิดขึ้นหลังจากวันดังกล่าวจะไม่นำมาคิด
ผลลัพธ์จะสะท้อนสถานะหนี้ ณ วันที่กำหนด เหมาะสำหรับการปิดงวดบัญชีและการตรวจสอบย้อนหลัง
หัวข้อ | ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด | ตัดหนี้ตามช่วงเวลา |
วิธีคำนวณยอดคงเหลือ | ใช้ยอดชำระ ณ วันปัจจุบัน (ล่าสุด) | ใช้เฉพาะยอดชำระที่เกิดขึ้นก่อนหรือภายในวันที่รายงาน |
ความแม่นยำ ณ วันรายงาน | สะท้อนสถานะปัจจุบัน | สะท้อนสถานะ ณ วันใดวันหนึ่งในอดีต |
เหมาะกับงาน | ติดตามหนี้ / แจ้งเตือนลูกค้า | ปิดงวดบัญชี / ตรวจสอบย้อนหลัง |
ผลกระทบจากการชำระหลังวันรายงาน | รวมเข้าในยอด (ยอดลด) | ไม่นำมาคำนวณ |
รายงานที่มีตัวเลือกนี้ | รายงานอายุลูกหนี้, รายงานบิลค้างรับ | รายงานอายุลูกหนี้, รายงานบิลค้างรับ |
สมมติว่ามีใบแจ้งหนี้ลูกค้า A จำนวน 100,000 บาท วันที่ออกใบแจ้งหนี้ 1 มีนาคม และลูกค้าชำระเงิน 80,000 บาท เมื่อวันที่ 20 เมษายน
เมื่อเรียกรายงาน ณ วันที่ 31 มีนาคม:

การเปิดปุ่ม "Gain & Loss" ในรายงานบิลค้างรับต้องเลือก ตัดหนี้ตามช่วงเวลา พร้อมกับเงื่อนไข: แสดงรายการใบสำคัญ / แสดงสกุลเงินต่างประเทศ / ใช้วันที่ใบสำคัญเป็นเกณฑ์ / ใช้สกุลเงินหลัก และมีรายการที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศอยู่ในรายงานVersion: NA
Change: NA
Ref.: 220906_รายงานอายุลูกหนี้.docx, 230227_รายงานบิลค้างรับ.docx
บทความเขียนเมื่อ: 260511