ตัดหนี้หลังสุด vs ตัดหนี้ตามช่วงเวลา ต่างกันอย่างไร — รายงานลูกหนี้ MAC-5 AR FAQ

AR | FAQ: ความแตกต่างระหว่าง "ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด" กับ "ตัดหนี้ตามช่วงเวลา" ในรายงานลูกหนี้ MAC-5

ความแตกต่างระหว่าง "ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด" กับ "ตัดหนี้ตามช่วงเวลา" ในรายงานลูกหนี้ MAC-5

📘SUMMARY (สรุปบทความ)

Info
บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างตัวเลือก "ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด" และ "ตัดหนี้ตามช่วงเวลา" ในรายงานลูกหนี้ MAC-5 Legacy โดยเฉพาะรายงานอายุลูกหนี้ และรายงานบิลค้างรับ
ผู้ใช้งาน (Admin / User) ที่ต้องการทราบว่าตัวเลือกใดเหมาะกับงานประเภทใด เช่น การติดตามหนี้ การออกรายงานปิดงวด หรือการตรวจสอบย้อนหลัง ควรอ่านบทความนี้ก่อนเรียกรายงาน

📝 PREREQUISITES (สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน)

Notes
ก่อนเรียกรายงาน ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
  1. มีสิทธิ์เข้าถึงรายงานลูกหนี้ใน Module AR
  2. ทราบช่วงวันที่ที่ต้องการเรียกรายงาน (จากวันที่ - ถึงวันที่)
  3. ทราบวัตถุประสงค์ของการใช้รายงาน เช่น ติดตามหนี้ หรือปิดงวดบัญชี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ความแตกต่างระหว่าง "ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด" กับ "ตัดหนี้ตามช่วงเวลา" ในรายงานลูกหนี้ MAC-5

  1. ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด (Latest Payment Data)

      ระบบจะนำยอดชำระเงิน ทั้งหมดที่มีอยู่จนถึงปัจจุบัน มาคำนวณยอดหนี้คงเหลือ โดยไม่สนใจว่าการชำระนั้นเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันที่รายงานที่กำหนด

      ผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงสถานะหนี้ตามความเป็นจริง ณ ขณะที่เรียกรายงาน

  1. ใช้ข้อมูลตัดหนี้ตามช่วงเวลา (Period-Based Cutoff)

      ระบบจะนำเฉพาะยอดชำระที่เกิดขึ้น ก่อนหรือภายในวันที่ "ถึงวันที่" ที่ระบุ มาคำนวณยอดคงเหลือ การชำระที่เกิดขึ้นหลังจากวันดังกล่าวจะไม่นำมาคิด

      ผลลัพธ์จะสะท้อนสถานะหนี้ ณ วันที่กำหนด เหมาะสำหรับการปิดงวดบัญชีและการตรวจสอบย้อนหลัง


ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อ

ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด

ตัดหนี้ตามช่วงเวลา

วิธีคำนวณยอดคงเหลือ

ใช้ยอดชำระ ณ วันปัจจุบัน (ล่าสุด)

ใช้เฉพาะยอดชำระที่เกิดขึ้นก่อนหรือภายในวันที่รายงาน

ความแม่นยำ ณ วันรายงาน

สะท้อนสถานะปัจจุบัน

สะท้อนสถานะ ณ วันใดวันหนึ่งในอดีต

เหมาะกับงาน

ติดตามหนี้ / แจ้งเตือนลูกค้า

ปิดงวดบัญชี / ตรวจสอบย้อนหลัง

ผลกระทบจากการชำระหลังวันรายงาน

รวมเข้าในยอด (ยอดลด)

ไม่นำมาคำนวณ

รายงานที่มีตัวเลือกนี้

รายงานอายุลูกหนี้, รายงานบิลค้างรับ

รายงานอายุลูกหนี้, รายงานบิลค้างรับ

ตัวอย่างการใช้งาน

สมมติว่ามีใบแจ้งหนี้ลูกค้า A จำนวน 100,000 บาท วันที่ออกใบแจ้งหนี้ 1 มีนาคม และลูกค้าชำระเงิน 80,000 บาท เมื่อวันที่ 20 เมษายน

เมื่อเรียกรายงาน ณ วันที่ 31 มีนาคม:

  • ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด → ยอดคงเหลือ = 20,000 บาท (นำยอดชำระ 20 เม.ย. มาคิดด้วย)
  • ตัดหนี้ตามช่วงเวลา → ยอดคงเหลือ = 100,000 บาท (ไม่นับยอดชำระที่เกิดหลัง 31 มี.ค.)

💡 RESULT (ผลลัพธ์ที่ได้)

Idea
ผู้ใช้สามารถเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของงาน ดังนี้
  1. ต้องการติดตามหนี้ / แจ้งลูกค้า → เลือก ใช้ข้อมูลตัดหนี้หลังสุด
  2. ต้องการปิดงวดบัญชี / ตรวจสอบย้อนหลัง → เลือก ตัดหนี้ตามช่วงเวลา
  3. ตัวเลือกนี้มีผลต่อฟังก์ชัน Gain & Loss ในรายงานบิลค้างรับ (ต้องเลือก ตัดหนี้ตามช่วงเวลา จึงจะเปิดใช้ปุ่ม Gain & Loss ได้)

⚠️ WARNING (ข้อควรระวัง)

Warningการเปิดปุ่ม "Gain & Loss" ในรายงานบิลค้างรับต้องเลือก ตัดหนี้ตามช่วงเวลา พร้อมกับเงื่อนไข: แสดงรายการใบสำคัญ / แสดงสกุลเงินต่างประเทศ / ใช้วันที่ใบสำคัญเป็นเกณฑ์ / ใช้สกุลเงินหลัก และมีรายการที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศอยู่ในรายงาน

Version Log

Version: NA

Change: NA

Ref.: 220906_รายงานอายุลูกหนี้.docx, 230227_รายงานบิลค้างรับ.docx

บทความเขียนเมื่อ: 260511